ความรู้เกี่ยวกับการเลี้ยงปูนา ที่คุณไม่ควรพลาด

[ สถิติผู้เข้าชม : 5,693 ครั้ง ]    แชร์เรื่องราวความรู้

รับข้อมูลข่าวสารความรู้ด้านการเกษตรทางระบบไลน์ ทุกวันฟรี

เพิ่มเพื่อน


การเลี้ยงปูนา

สวัสดีครับเพื่อนๆชาวเกษตรกรทุกท่าน รวมถึงผู้ที่สนใจที่จะเลี้ยงปูนาไว้เป็นอาชีพเสริม หรือการเลี้ยงเพื่อไว้รับประทานในครัวเรือน วันนี้แอดมินเว็บไซต์เกษตรฮอตนิวส์ สาระความรู้ด้านการเกษตรจะมานำเสนอวิธีและขั้นตอนในการเลี้ยงปูนาแบบง่ายๆ มาเริ่มกันเลยครับ

การเลี้ยงปูนาในปัจจุบัน ได้มีเกษตรกรจำนวนมากที่สนใจในการเลี้ยงปูนา เนื่องจากปูนาที่มีอยู่ในแหล่งธรรมชาติ เริ่มมีจำนวนลดน้อยลงไปมาก เนื่องจากการใช้สารเคมีในการทำนาจึงทำให้จำนวนของประชากรของปูนามีจำนวนที่ลดน้อยลง รวมไปถึงสภาพภูมิอากาศและแหล่งที่อยู่อาศัยของปูนาลดน้อยลง เป็นต้น

รูปแบบการเลี้ยงปูนาในปัจจุบัน

การเลี้ยงปูนาในบ่อซีเมนต์
1. การเลี้ยงปูนาในบ่อซีเมนต์ทั้งบ่อกลมและบ่อสี่เหลี่ยม การทดลองเลี้ยงปูนาในบ่อซีเมนต์ทั้งบ่อกลมและบ่อสี่เหลี่ยมโดยเกษตรกร เลี้ยงประมาณ 10 เดือน พบว่าปูได้ขนาดที่ต้องการและเลี้ยงง่าย กินอาหารง่าย สามารถแพร่พันธุ์ได้ และขั้นตอนในการเลี้ยงไม่ยุ่งยากข้อดีของการเลี้ยงแบบนี้คือดูแลง่ายปูไม่หนี
2. การเลี้ยงปูนาในบ่อดิน ซึ่งการเลี้ยงวิธีนี้ควรมีอวนมุ้งตาถี่ล้อมรอบบ่อเพื่อป้องกันปูหนี แต่ข้อสำคัญของบ่อเลี้ยงปูนาคือ ประมาณ 3/4 ของพื้นที่บ่อควรเป็นดินสูงประมาณ 30 เซนติเมตร เพื่อให้ปูได้ขุดรูอยู่อาศัย ส่วนที่เป็นดินนี้จะลาดเข้าหา อีกส่วนหนึ่งที่เป็นน้ำ
การเลี้ยงปูนา มีขั้นตอนการเลี้ยงดังนี้
1. การเตรียมบ่อเลี้ยงปู สร้างบ่อซีเมนต์รูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าที่มีความกว้าง 2 เมตร ยาว 3 เมตร และสูง 1 เมตร นำท่อพีวีซี จำนวน 2 ท่อ มาใส่ไว้ในบ่อสำหรับระบายน้ำออกจากบ่อ

ในกรณีที่ทำบ่อใหม่ให้ใส่น้ำลงไปเพื่อลดความเค็มจากปูนซีเมนต์ในบ่อ ทำการเปลี่ยนน้ำในบ่อประมาณ 3-4 ครั้ง และอาจนำต้นกล้วยมาใส่ลงไปในบ่อเพื่อให้หายเค็มเร็วขึ้น หลังจากนั้นนำดินมาใส่ลงไปจนมีความสูงประมาณ 20-30 เซนติเมตร (อาจปรับเปลี่ยนตามความเหมาะสมตามสภาพพื้นที่) บ่อเลี้ยงปูควรอยู่ในที่ร่มเพราะปูไม่ชอบอากาศร้อน

- ถ้าอากาศร้อนมากปูจะตายดังนั้นบ่อเลี้ยงควรมีร่มเงาจากต้นไม้หรือมีหลังคาหรือทำตาข่ายพรางแสง ใส่ท่อหรือแผ่นกระเบื้องเพื่อให้ปูมีแหล่งซ่อนตัวและหลบหลีกเพราะว่าปูมีนิสัยชอบทำร้ายกันเอง นอกจากนี้ยังต้องมีตาข่ายปิดปากบ่อเพื่อป้องกันไม่ให้ปูหนี

- หากเกษตรกรมีบ่อเก่าอยู่แล้วก็สามารถเลี้ยงปูนาได้โดยไม่ต้องทำบ่อใหม่ ทำการจัดสภาพแวดล้อมในบ่อให้เลียนแบบที่อยู่อาศัยตามธรรมชาติของปู โดยการปลูก ข้าว ผักบุ้ง หญ้า จอกแหน สาหร่าย เพราะนอกจากที่ปูจะใช้เป็นอาหารแล้วยังใช้เป็นแหล่งหลบซ่อนอีกด้วย หลังจากนั้นใส่น้ำลงไปในบ่อให้สูงประมาณ 30 เซนติเมตร



ปูนาตามธรรมชาติ
2. นำปูที่จับมาจากแหล่งน้ำธรรมชาติโดยใช้ขนาดความยาวของลำตัวประมาณ 4 เซนติเมตร คัดเอาแต่ตัวที่แข็งแรงและมีขาที่ครบสมบูรณ์มาปล่อยลงในบ่อ โดยใช้ปูตัวผู้ 25 ตัว ปูตัวเมีย 25 ตัว
3. ให้อาหารปูสัปดาห์ละ 3 ครั้ง อาหารที่ใช้เลี้ยงปู ได้แก่ ข้าวสุก (ข้าวเจ้าหรือข้าวเหนียวก็ได้) ปลาที่สับเป็นชิ้นเล็กๆ กุ้งฝอย ผักบุ้ง ผักกาด

ข้อควรระวัง ก็คืออย่าให้อาหารปูมากเกินไปและต้องคอยหมั่นสังเกตดูว่าให้อาหารแค่ไหนปูถึงจะกินหมดเพราะถ้ามีอาหารเหลือก็จะบูดเน่า ดังนั้นจึงต้องเก็บออกจากบ่อเพราะหากทิ้งไว้ให้เน่าจะทำให้น้ำสกปรกทำให้ปูเป็นโรค สำหรับการระบายน้ำนั้นต้องระบายน้ำออกจากบ่อและเปลี่ยนน้ำใหม่ประมาณเดือนละ 2-3 ครั้ง



การดูเพศของปูนา
4. ปูนาจะผสมพันธุ์กันในช่วงฤดูฝน แม่ปู 1 ตัว มีไข่ประมาณ 500-700 ฟอง ดังนั้นปูนา 1 ตัว จะออกลูกได้ประมาณ 500-700 ตัว และปูนาใช้เวลาในการเจริญประมาณ 6-8 เดือนจึงจะโตเต็มที่
5. กรณีที่ปล่อยลูกปูเริ่มตั้งแต่นำลูกปูมาใส่บ่อเลี้ยงให้อาหารโดยลูกปูที่มีอายุในช่วง 15 วันแรก ควรให้ ไรแดง หนอนแดง เทา หรือไข่ตุ๋น กินเป็นอาหาร

หลังจากนั้นให้ปลาหรือกุ้งสับอาหารเม็ดที่ใช้เลี้ยงลูกปลาดุก เมื่อมีอายุประมาณ 30 วันก็นำไปปล่อยเลี้ยงในบ่อดินหรือบ่อซีเมนต์เพื่อให้มีขนาดโตเต็มวัยโดยปล่อยเลี้ยงในปริมาณ 10,000 ตัวต่อเนื้อที่ 1 ตารางเมตร

ระยะเวลาในการเลี้ยงปูนา

ปูนามีการเจริญเติบโตโดยการลอกคราบเช่นเดียวกับปูชนิดอื่น ๆ หลังจากฟักเป็นตัวแล้วปูนาจะลอกคราบประมาณ 13-15 ครั้งก็จะโตเป็นปูเต็มวัย ได้ขนาดตามที่ตลาดการ ระยะเวลาในการเลี้ยงปูนา จะใชะระยะในการเลี้ยงประมาณ 6-8 เดือน

สรุปเรื่องของการเลี้ยงปูนา

การเลี้ยงปูนาถือเป็นอีกหนึ่งอาชีพที่น่าสนใจ อีกทั้งยังเป็นการช่วยกันอนุรักษ์ปูนาไปในตัวอีกด้วย หากเพื่อนๆเกษตรกรท่านใด ได้นำความรู้ที่แอดมินเว็บไซต์เกษตรฮอตนิวส์ที่ได้นำมาเผยแพร่ในบทความนี้ แล้วประสบความสำเร็จในการเลี้ยง อย่าลืมมาเล่าสู่กันฟังบ้างนะครับ

บทความเขียนโดย
- แอดมินเว็บไซต์เกษตรฮอตนิวส์ สาระความรู้ด้านการเกษตร kasethotnews.com
- ภาพจากอินเทอร์เน็ต
- ขอบคุณข้อมูลจากสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
Create : Modify : 2017-11-22 13:23:28Read : 5692URL :