มาปลูกผักคะน้าไว้รับประทานกันดีกว่า

[ สถิติผู้เข้าชม : 13,471 ครั้ง ]    แชร์เรื่องราวความรู้

รับข้อมูลข่าวสารความรู้ด้านการเกษตรทางระบบไลน์ ทุกวันฟรี

เพิ่มเพื่อน


ผักคะน้า

 

     ผักคะน้า มีถิ่นกำเนิดอยู่ในทวีปเอเชียและปลูกกันมากในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมทั้งประเทศไทย คะน้าเป็นผักที่นิยมปลูกและบริโภคกันมา โดยปลูกเพื่อบริโภคส่วนของใบและลำต้น อายุตั้งแต่หว่านหรือหยอดเมล็ดจนถึงเก็บเกี่ยวประมาณ 45-55 วัน ผักคะน้าเป็นผักสวนครัวที่สามารถปลูกได้ตลอดทั้งปี แต่ช่วงเวลาที่ปลูกได้ผลดี ที่สุดอยู่ในช่วงเดือนตุลาคมถึงเมษายน

 

     ในบทความนี้ แอดมินเว็บไซต์เกษตรฮอตนิวส์ จะมานำเสนอเทคนิคการปลูกผักคะน้า ตั้งแต่ขั้นตอนการเพาะต้นกล้าไปจนถึงขั้นตอนของการเก็บเกี่ยวผลผลิต นั้นเรามาเริ่มเรียนรู้เทคนิคการปลูกผักคะน้าไว้รับประทาน ไปพร้อมๆกันเลยครับ

 

การปลูกคะน้านิยมปลูก 2 แบบ ดังนี้

     1. แบบหว่านกระจายทั่วแปลง เหมาะสำหรับแปลงปลูกขนาดใหญ่ ทำเป็นการค้า

     2. แบบแถวเดียว เหมาะสำหรับแปลงปลูกขนาดเล็กหรือผักสวนครัว เตรียมดินโดยการใช้แรงงานคนให้น้ำโดยใช้บัวรดน้ำ ระยะปลูก ควรให้มีระยะปลูกระหว่างต้นและระหว่างแถวประมาณ 20 X 20 เซนติเมตร

 

การเตรียมแปลงปลูกผักคะน้า

     1. ขุดดินให้ลึกประมาณ 15-20 เซนติเมตร

     2. ตากดินทิ้งไว้ประมาณ 7-10 วัน

     3. นำปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักที่สลายตัวดีแล้วมาใส่ คลุกเคล้าให้เข้ากับดินเป็นการปรับปรุงสภาพทางกายภาพและเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ของดิน

     4. พรวนย่อยหน้าดินให้มีขนาดเล็ก โดยเฉพาะการปลูกแบบหว่านลงในแปลง เพื่อไม่ให้เมล็ดตกลงไปในดิน เพราะจะไม่งอกหรืองอกยากมาก

     5. ถ้าดินเป็นกรดควรใส่ปูนขาวเพื่อปรับปรุงดินให้อยู่ในสภาพที่เหมาะสม

 

เทคนิคและวิธีการปลูกผักคะน้า

 

 

     1. หว่านเมล็ดให้กระจายทั่วทั้งผิวแปลงโดยให้เมล็ดห่างกันประมาณ 2-3 เซนติเมตร

 

     2. ใช้ดินผสมหรือปุ๋ยคอกที่สลายตัวดีแล้วหว่านกลบเมล็ดให้หนาประมาณ 0.6-1 เซนติเมตร เพื่อเก็บรักษาความชื้นและป้องกันเมล็ดถูกน้ำกระแทกกระจาย

 

     3. คลุมด้วยฟางหรือหญ้าแห้งบางๆ

 

     4. รดน้ำให้ทั่วถึงและสม่ำเสมอ ต้นกล้าจะงอกภายใน 7 วัน

 

     5. หลังจากต้นคะน้างอกแล้วประมาณ 20 วัน หรือต้นสูงประมาณ 10 เซนติเมตร ให้เริ่มถอนแยก โดยเลือกต้นที่ไม่สมบูรณ์ออก ทิ้งระยะห่างระหว่างต้นประมาณ 10 เซนติเมตร ต้นอ่อนของคะน้าที่ถอนแยกออกมาในวัยนี้เมื่อเด็ดรากออกแล้วส่งขายตลาดเป็นยอดผักได้

 

     6. เมื่อคะน้ามีอายุประมาณ 30 วัน ให้ถอนแยกครั้งที่ 2 ให้เหลือระยะห่างระหว่างต้น 20 เซนติเมตรต้นอ่อนของคะน้าที่ถอนแยกออกมาในวัยนี้เมื่อเด็ดรากออก แล้วส่งขายตลาดเป็นยอดผักได้

 

     7. ในการถอนแยกคะน้าแต่ละครั้งควรกำจัดวัชพืชไปด้วย


 

การให้น้ำ

     1. คะน้าต้องการน้ำอย่างเพียงพอและสม่ำเสมอ เนื่องจากมีการเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว ดังนั้นควรปลูกในแหล่งที่มีน้ำอย่างเพียงพอ

     2. การให้น้ำให้ใช้ฝักบัวฝอยรดให้ทั่วและให้ชุ่ม ในเวลาเช้าและเย็น

 

การใส่ปุ๋ย

      คะน้าต้องการปุ๋ยที่มีธาตุไนโตรเจนสูง อาจใส่ปุ๋ยสูตร 12-8-8 หรือ 20-11-11 ในอัตราประมาณ 100 กิโลกรัมต่อไร่ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความอุดมสมบูรณ์ของดินและปริมาณปุ๋ยคอกที่ใช้โดยแบ่งใส่ 2 ครั้ง คือ หลังจากถอนแยกครั้งแรกและหลังจากถอนแยกครั้งที่ 2

 

การเก็บเกี่ยวผลผลิต

     อายุการเก็บเกี่ยวของคะน้าอยู่ที่ประมาณ 45-55 วันหลังปลูก คะน้าที่ตลาดต้องการมากที่สุดคือ คะน้าที่มีอายุ 45 วัน แต่คะน้าที่มีอายุ 50-55 วัน เป็นระยะที่เก็บเกี่ยวได้น้ำหนักมากกว่า

 

     สรุป การปลูกผักคะน้าไว้รับประทานเองนั้น มีแต่ข้อดีมากมาย เช่น เราได้รับประทานผักคะน้าที่สด สะอาด ปลอดภัยจากสารเคมี รวมถึงการใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ อีกทั้งยังสามารถทำเป็นอาชีพเสริมได้อีกด้วย

 

บทความเขียนและเรียบเรียงโดย

- แอดมินเว็บไซต์เกษตรฮอตนิวส์ สาระความรู้ด้านการเกษตร www.kasethotnews.com

Create : Modify : 0000-00-00 00:00:00Read : 13470URL :