วิธีปลูกชะอมแบบมืออาชีพ

[ สถิติผู้เข้าชม : 3,964 ครั้ง ]    แชร์เรื่องราวความรู้

รับข้อมูลข่าวสารความรู้ด้านการเกษตรทางระบบไลน์ ทุกวันฟรี

เพิ่มเพื่อน


วิธีปลูกชะอมแบบมืออาชีพ

 

    ในปัจจุบันการปลูกชะอมเพื่อจำหน่ายเป็นรายได้เสริม ถือเป็นอาชีพหนึ่งที่น่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง เพราะชะอมนั้น สามารถนำไปเป็นส่วนประกอบของอาหารได้หลายอย่างมากมาย อีกทั้งการปลูกชะอมนั้น สามารถนำมาปลูกในบริเวณพื้นที่ว่าง ไม่ว่าจะเป็นบริเวณริมรั้วบ้านหรือบริเวณพื้นที่ว่างในสวนได้เป็นอย่างดี

 

การขยายพันธุ์ชะอม มีอยู่ 2 วิธี คือ

1. การขยายพันธุ์โดยใช้เพศ (เมล็ด)

2. การขยายพันธุ์โดยไม่อาศัยเพศ เช่น การตอน การปักชำ เป็นต้น

 

หมายเหตุ : เกษตรกรส่วนใหญ่นิยมการขยายพันธุ์โดยการปักชำเพราะสะดวกและรวดเร็วกว่า

 

ข้อดี ของชะอมปลูกด้วยกิ่ง คือ ให้ผลผลิตเร็ว

ข้อเสีย ของชะอมจากกิ่งตอนหรือกิ่งชำนั้นจะมีแต่รากฝอยทำให้ไม่สามารถหาอาหารหรือน้ำเพียงพอสำหรับสร้างยอดทำให้ผลผลิตลดลงในช่วงสถาวะหน้าร้อน และมักจะหยุดพักลำต้นในช่วงหน้าหนาวเพราะพืชต้องการสะสมสารอาหาร


 

 

วิธีปลูกชะอมแบบมืออาชีพ

- ช่วงเวลาที่เหมาะสมสำหรับการปลูกผักชะอมมากที่สุดคือช่วงปลายเดือนเมษายน (ต้นฝน)ถ้าปลูกในช่วงที่ฝนตกมากต้นกล้าจะตาย

- การปลูกผักชะอม จะต้องขุดหลุม ขนาด ลึก 1 ฟุต กว้าง 1 ฟุต รองก้นหลุมด้วยปุ๋ยคอก 1 ถ้วย/หลุมคลุกปุ๋ยคอกในหลุมให้เข้ากับดิน ระยะห่างระหว่างต้น 2 เมตร

- นำต้นกล้าลงปลูก กลบดินโดยเริ่มจากการกลบหน้าดินลงไปก่อนแล้วกลบดินที่ขุดจากก้นหลุมตาม

- นำวัสดุ ฟางข้าว เศษหญ้า แกลบหยาบ คลุมโคนต้นกล้า เพื่อป้องกันวัชพืช รักษาความชื้นของหน้าดิน

- รดน้ำทุกๆ 2 วัน เช้า-เย็น

- ใส่ปุ๋ยคอกทุกๆ 2 สัปดาห์ โดยการนำวัสดุคลุมออกแล้วใส่ปุ๋ยคอก 1 ถ้วย จากนั้นนำวัสดุคลุมอีกครั้ง

- ให้น้ำให้ปุ๋ยจนกระทั่งต้นผักชะอมมีอายุ 3 เดือน ต้นผักชะอมจะสูง 2 เมตร ช่วงนี้ห้ามเด็ดยอดผักชะอมเด็ดขาด เพราะถ้าเด็ดยอดออกแล้ว ชะอมจะแตกยอดแขนงออกสูงเกินไปจะทำให้การเก็บผลผลิตได้ไม่สะดวก ดังนั้นต้องรอจนกระทั่งโคนต้นแตกยอดแขนงออกมา ปล่อยให้ยอดแขนงจะสูงเท่ากับต้นแม่

- เมื่อยอดแขนงสูงเท่ากับต้นแม่แล้วให้โน้มกิ่งแขนงและกิ่งแม่จากอีกต้นไปยังอีกต้นหนึ่งที่อยู่ใกล้เคียง ใช้ตอกมัดกิ่งติดกัน

- จากนั้นเข้าสู่ช่วงของการ "ทำสาว" คือการใช้ปุ๋ยเคมีสูตร 46-0-0 ในพิกัดควบแน่น คือการนำปุ๋ยเคมีดังกล่าวแช่ในน้ำในระดับเข้มข้นจนปุ๋ยไม่ละลาย จากนั้นกรองเอาแต่น้ำปุ๋ยเข้มข้นพ่นทางใบให้ใบร่วง กล่าวคือ เมื่อพ่นช่วงเย็น พรุ่งนี้ใบผักชะอมจะมีสีดำ จนกระทั่ง 3 วันความเข้มข้นของปุ๋ยจะทำให้ใบผักชะอมร่วงจนหมดต้น เหลือแต่กิ่ง การพ่นน้ำปุ๋ยเข้มข้นจะต้องระวังเพราะนำปุ๋ยเข้มข้นเป็นอันตรายต่อผิวหนัง ดวงตา และระบบทางเดินหายใจ ต้องแต่งกายให้รัดกุม

- หลังจากที่ใบร่วงหมดแล้ว ทิ้งไว้ 1 วันจากนั้นพ่นด้วยน้ำเปล่าเป็นการชะล้างเปิดตายอด

- หลังจากนั้น ให้ฮอร์โมนจิบเบอเรลลิน

 

     จิบเบอเรลลิน (Gibberellin) จิบเบอเรลลิน (Gibberellin) เป็นฮอร์โมนพืชที่มีโครงสร้างโมเลกุลขนาดใหญ่ ควบคุมการเจริญเติบโตและมีอิทธิพลต่อกระบวนการทางพัฒนาการรวมทั้งการยืดของข้อ การงอก การพักตัว การออกดอก การแสดงเพศ การชักนำการสร้างเอนไซม์ รวมทั้งการชราของดอกและผล(ที่มา : วิกิพีเดีย) จัดเป็นฮอร์โมนที่ได้รับความนิยมจากเกษตรกรชาวสวนไม้ผลด้วยคุณสมบัติดังกล่าวมา ซึ่งมีการวางจำหน่ายตามท้องตลาดโดยทั่วไป

 

ส่วนผสมการทำฮอร์โมนจิบเบอเรลลิน

1. ปลีกล้วยที่เพิ่งแทงปลี (ยังไม่ติดผล/เพิ่งแทงออกมาใหม่ๆ) จำนวน 1 หัว

2. แอลกอฮอล์ จำนวน 500 cc. น้ำยาล้างแผล

3. น้ำตาลทรายแดง 1 กิโลกัม หรือกากน้ำตาล

4. ถังหมักพร้อมฝาปิด จำนวน 1 ใบ

 

วิธีทำฮอร์โมนจิบเบอเรลลิน

1. นำปลีกล้วยมาสับให้ละเอียด คลุกเคล้าให้เข้ากับแอลกอฮอล์ และน้ำตาลทรายแดง

2. หมักทิ้งไว้ 1 - 2 สัปดาห์คั้นเอากากออก

3. หลังจากนั้นปิดฝาเก็บไว้ใช้ได้นานเป็นเดือนๆ

 

การนำใช้ นำไปฉีดพ่นใน ถั่ว ผักบุ้ง ผักหวาน แตงกวา ชะอม และองุ่น เพื่อยืดช่อ ยืดดอก ยืดก้าน ในอัตรา 10 – 20 ซี.ซี.ต่อน้ำ 20 ลิตรผสมน้ำมะพร้าวอ่อน 1 ลูกรับรองว่าได้ผลดีไม่แพ้เคมีสังเคราะห์ที่ขายในท้องตลาดแน่นอนครับ

 

- หลังจากให้น้ำทางกิ่ง ลำต้นแล้วต้องให้น้ำโคนต้นด้วย จากนั้นอีก 1สัปดาห์ ต้นผักชะอมจะเริ่มแตกยอด

- จากนั้นอีก 1 สัปดาห์สามารถเก็บยอดไปขายได้ การเก็บยอดจะเก็บยอดที่ยาว 6-10 เซนติเมตร เป็นระยะที่ตลาดต้องการเป็นอย่างมาก

- ในช่วงฤดูหนาวจะสามารถ เก็บได้ทุกๆ 2-3 วัน ถ้าเป็นช่วงฤดูอื่นๆสามารถเก็บได้วันละ 2 ครั้ง


 

สรุป

จากวิธีการปลูกชะอมแบบมืออาชีพ ถือว่าเป็นเทคนิคในการเพิ่มผลผลิตของชะอมได้เป็นอย่างดียิ่ง เพื่อนๆเกษตรกรที่สนใจปลูกชะอม สามารถนำความรู้ที่ได้นำไปใช้กันดูนะครับ

 

บทความเขียนโดย

- แอดมินเว็บไซต์เกษตรฮอตนิวส์ สาระความรู้ด้านการเกษตร www.kasethotnews.com

- ศูนย์รวมความรู้การเกษตร

Create : Modify : 0000-00-00 00:00:00Read : 3963URL :