วิธีปลูกเผือกหอมในนาข้าว

[ สถิติผู้เข้าชม : 5,340 ครั้ง ]    แชร์เรื่องราวความรู้

รับข้อมูลข่าวสารความรู้ด้านการเกษตรทางระบบไลน์ ทุกวันฟรี

เพิ่มเพื่อน


วิธีปลูกเผือกหอมในนาข้าว

วิธีปลูกเผือกหอมในนาข้าวนั้น ถือเป็นอาชีพเสริมของชาวนาอีกหนึ่งอาชีพหลังจากการทำนา ความต้องการเผือกหอมในปัจจุบันนั้น ยังคงเป็นที่ต้องการของตลาดเป็นอย่างมาก เนื่องจากเผือกหอมนั้นสามารถนำไปแปรรูปเป็นอาหารได้หลากหลายชนิด ดังนั้นแอดมินเว็บไซต์เกษตรฮอตนิวส์ สาระความรู้ดานการเกษตร จึงได้นำความรู้เรื่องการปลูกเผือกหอมมาฝากผู้ที่สนใจจะปลูกเผือกหอมครับ

ฤดูปลูกเผือก ประเทศไทยสามารถปลูกเผือกได้ทั่วทุกภาคและทุกฤดูกาลตลอดทั้งปี ซึ่งถ้าเป็นแหล่งที่มีน้ำชลประทานดีอยู่แล้ว เกษตรกรจะปลูกเผือกเมื่อไรก็ได้ แต่โดยทั่วไปเกษตรกรนิยมปลูกเผือกต้นฤดูฝนในเดือนพฤษภาคม-มิถุนายน และฤดูแล้งช่วงหลังการทำนาเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ ฤดูฝน ปลูกมากในสภาพพื้นที่ดอนอาศัยน้ำฝน มีบางท้องที่ปลูกในสภาพพื้นที่ลุ่มหรือที่นา ฤดูแล้ง ปลูกหลังจากการเก็บเกี่ยวข้าวแล้ว หากเก็บเกี่ยวข้าวเสร็จแล้วภายในเดือนธันวาคมจะปลูกผักก่อนการปลูกเผือกในเขตชลประทานจะสามารถปลูกเผือกได้ตลอดทั้งปี



ต้นพันธุ์เผือกหอม

การเตรียมแปลงพันธุ์

โดยไถพรวนดิน 1 ครั้ง เพื่อปรับดินให้เรียบสม่ำเสมอ ปูขี้เถ้าแกลบหนาประมาณ 1-2 นิ้ว จากนั้นนำลูกเผือกมาวางเรียงบนขี้เถ้าแกลบให้เต็มแปลง แล้วใช้ขี้เถ้าแกลบทับบาง ๆ หนาประมาณ 1 นิ้ว ให้น้ำอย่างสม่ำเสมอ จนกล้าเผือกมีอายุประมาณ 2-3 สัปดาห์ จะมีใบแตกออกมา 2-3 ใบ สูงประมาณ 20 เซนติเมตร ก็สามารถย้ายปลูกได้ พื้นที่ปลูกเผือก 1 ไร่ จะใช้พันธุ์เผือกประมาณ 100-200 กิโลกรัม ซึ่งการเพาะกล้าจะประหยัดพันธุ์ และเกิดความมั่นใจว่าเผือกที่ปลูกจะไม่พบปัญหาเผือกหอมไม่งอกต้องปลูกซ่อม....



วิธีชำต้นเผือก

เมื่อได้พันธุ์เผือกมาแล้ว นำมาวางบนดินที่เปียกชุ่มในที่ร่มให้วางเป็นแถวๆ ปิดคลุมด้วยฟางรดน้ำให้ชุ่มประมาณ 5-6 วัน เผือกจะเริ่มผลิหน่อเติบโตเป็นต้นอ่อนสูงประมาณ 10-12 ซม. ถ้าลูกเผือกแตกหน่อหลายยอด ควรเด็ดให้เหลือเพียงยอดเดียวแล้วทำการย้ายไปปลูกได้




การยกร่องทำแปลงปลูกเผือกหอม

วิธีการปลูกเผือกหอม

1. ยกร่องทำแปลงปลูกกว้างประมาณ 5 เมตร ยาวไปตามพื้นที่ดิน ระยะห่างของร่องห่างกันประมาณ 1-1 ½ เมตร เมื่อฝนตกหนักน้ำจะได้ไม่ขังบนแปลงปลูก ทำการไถดะ ไถแปร คราดแปลงตามแนวยาวปรับพื้นที่ให้เรียบ

2. หากดินเป็นกรด ควรหว่านปูนขาว อัตรา 200-400 กิโลกรัมต่อไร่ (ขึ้นอยู่กับดินว่าเป็นกรดมากหรือน้อย) หว่านปุ๋ยคอก ปุ๋ยหมัก หรือ อินทรียวัตถุ แล้วไถกลบก่อนปลูก 2-3 เดือน


การปลูกเผือกหอมลงในแปลงปลูก

3. นำหน่อเผือกที่แตกใบ 1-2 ใบแล้ว ย้ายปลูกลงแปลง แบบปักดำแบบทำนาข้าวระยะห่างระหว่างต้นประมาณ 60 เซนติเมตร ระหว่างแถวให้อยู่ที่ประมาณ 30-40 เซนติเมตร

4. ควรปลูกลงในหลุมให้ลำต้นตั้งตรง กลบดินพอมิดหัวเผือก และควรปลูกในตอนเย็น และต้องรดน้ำให้ดินชุ่มอยู่เสมอ

5.ควรตัดหน่อที่แตกออกทิ้งเสียให้เหลือไว้เพียงต้นเดียว เพราะถ้ามีหลายหน่อเผือกจะมีหัวเล็ก ขายไม่ได้ราคา


การพูนดินคลุมโคนเผือก

6. เผือกจะมีหัวและโตขึ้นเรื่อยๆ เมื่ออายุประมาณ 4-5 เดือน ระยะนี้ให้พูนดินคลุมโคนเผือก หัวเผือกจะดูดอาหารจากดินคลุมโคนได้ง่ายขึ้น จึงทำให้เผือกมีหัวป้อมใหญ่ น้ำหนักดี

7. พื้นที่ 1 ไร่ สามารถปลูกเผือกได้ประมาณ 12,000 หน่อ หรือประมาณ 100-200 กิโลกรัม



การให้น้ำ

หมั่นให้น้ำอยู่เสมอ โดยสูบน้ำเข้าแปลง น้ำก็จะไหลเข้าตามทางร่องน้ำที่ได้แซะดินออกไปตอนแทงโปะ การให้น้ำจะให้ทุก 10-15 วัน ไม่จำเป็นต้องให้น้ำขังอยู่ตลอดเวลา เพียงสังเกตว่าร่องน้ำเริ่มแห้ง ใบต้นเผือกเริ่มเหี่ยว ก็ต้องปล่อยน้ำเข้าร่องแปลง การให้น้ำ การปลูกเผือกหลังนาส่วนใหญ่ถ้าเกษตรกรปลูกตรงกับฤดูร้อน จำเป็นต้องให้น้ำชุ่มชื้นอยู่เสมอ เผือกจึงเจริญเติบโตและลงหัวได้ดี การปลูกเผือกในนาก็ควรปล่อยน้ำท่วมแปลงเป็นระยะ อย่าให้แปลงปลูกเผือกขาดน้ำ โดยให้น้ำสูงกว่าผิวดิน 5-10 เซนติเมตร การปลูกเผือกแบบยกร่องและปลูกแบบแถวคู่นั้น จะให้น้ำแบบสูบน้ำหรือปล่อยน้ำเข้าตามร่อง ให้ดินปลูกข้างต้นเผือกมีความชุ่มชื้นอยู่เสมอ การใส่ปุ๋ย การกำจัดวัชพืช การกลบโคนต้น การตัดแต่งหน่อ และการเก็บเกี่ยวเผือกที่ปลูกในนา ปฏิบัติเช่นเดียวกับการปลูกเผือกริมร่องสวนตามที่ได้กล่าวไปแล้ว หลังจากปลูกไประยะหนึ่งหลังจากต้นเผือกตั้งตัวดีแล้ว ไม่นานก็แตกหน่อขึ้นเป็นกอ ควรใช้มีดคมๆ ปาดหน่อข้างที่แตกออกทิ้งเสีย ไม่ควรใช้มือถอนดึงเพราะจะทำให้ต้นเผือกกระทบกระเทือน ให้ต้นหนึ่งมีเพียงเผือกหัวเดียวเท่านั้น ไม่ให้แตกเป็นกอใหญ่ เพราะจะได้เผือกที่มีหัวเล็ก เพราะแย่งอาหารกัน จะขายไม่ได้ราคา



การใส่ปุ๋ย

ต้นเผือกเป็นพืชที่ต้องการปุ๋ยมาก ดินที่ปลูกเผือกได้ผลดีก็ต้องเป็นดินที่มีความอุดมสมบูรณ์ มีธาตุอาหารพืชอยู่ในดินสูง ดังนั้นการใส่ปุ๋ยจึงเป็นสิ่งจำเป็นและควรทำดังนี้

ส่วนการให้ปุ๋ยและการบำรุงต้นเผือกเป็นสิ่งจำเป็นเพราะเผือกเป็นพืชที่ต้องการปุ๋ยมาก ดินที่จะใช้ปลูกเผือกให้ได้ผลดีก็ต้องเป็นดินที่มีความอุดมสมบูรณ์ มาธาตุอาหารพืชอยู่ในดินสูง ดังนั้นปริมาณการใส่ปุ๋ยจึงขึ้นอยู่กับปริมาณของธาตุอาหารที่มีอยู่ในดิน ซึ่งโดยทั่วไปควรทำดังนี้ คือ ใส่ปุ๋ยคอกแห้ง เช่น มูลวัว ควาย เป็ด ไก่ ที่หมักแล้วรองก้นหลุม หรือคลุกกับดินในหลุมปลูกหลุมละ 2-3 กำมือ หรือใส่ลงบนแปลงปลูกช่วงไถพรวนได้เลย หลังจากเผือกตั้งตัวหรือย้ายปลูกได้ประมาณ 1 เดือน หรือก่อนพูนโคนทำร่อง ควรใส่ปุ๋ย 15-15-15 หรือ 25-7-7 ในอัตรา 30-50 กิโลกรัมต่อไร่ โดยโรยปุ๋ยรอบๆ ต้นเผือกและพรวนดินกลบ หรือโรยปุ๋ยข้างๆ แถวเผือก และจึง "แทงโปะ" หรือตักดินพูนโคนเพื่อทำร่อง ซึ่งการใส่ปุ๋ยคอกรวมกับปุ๋ยเคมีจะให้ผลดีมาก

หมายเหตุ : ปุ๋ยที่ใช้บำรุงหัวเผือก คือ ปุ๋ยสูตร 15-15-15 ผสมกับปุ๋ยสูตร 13-13-21 ในอัตราส่วน 1 ต่อ 1 โดยแบ่งใส่ 3 ครั้ง ห่างกันครั้งละ 20 วัน จะทำให้เผือกหัวใหญ่ และผลผลิตสูงถึง 5 ตันต่อไร่




การเก็บเกี่ยวเผือกหอม

การเก็บเกี่ยว

เผือกหอมมีอายุนับจากวันปลูกถึงวันเก็บเกี่ยวประมาณ 7 เดือน เมื่อเผือกอายุใกล้จะเก็บเกี่ยวได้ใบจะค่อยๆ เป็นสีเหลืองตั้งแต่ใบล่างขึ้นไปจนหลือใบตรงส่วนยอด 2-3 ใบ ก็แสดงว่าหัวเผือกแก่จัดชุดยอดขึ้นได้แล้ว ถ้าปล่อยทิ้งไว้ในดินนานกว่านี้น้ำหนักของหัวเผือกจะลดลง วิธีขุดใช้จอบฟันดิน หรือใช้เสียมขุดใกล้ต้นเผือกแล้วงัดต้นเผือกขุดกองรวมกันไว้ เมื่อขุดหมดแล้วจึงตามเก็บลูกเผือกหรือลูกซอที่หักออกจากหัวเผือกติดอยู่ในดิน ในบางท้องที่ที่ไม่มีการทำนา เกษตรกรที่ปลูกเผือกเพียงอย่างเดียวจะปล่อยลูกเผือกไว้ในดินก็ได้แล้วหาฟางหรือหญ้าคลุมดินไว้กันความร้อนจากแดด ซึ่งสามารถจะเก็บปลูกไว้ในดินได้นาน สำหรับทำพันธุ์ในการปลูกคราวต่อไป แต่ถ้ามีฝนตกลงมามากต้องเก็บลูกเผือกขึ้นจากดิน มิฉะนั้นจะเน่า และนำไปไว้ในที่ร่มอากาศถ่ายเทได้สะดวก ต้นเผือกที่ขุดมาได้แล้วนี้ต้องนำมาลอกกาบแห้งๆ ออกตัดลูกเผือกไว้ต่างหาก ตัดรากและส่วนยอดทิ้งเหลือแต่หัวเผือก สำหรับลูกเผือกจะขายหรือเก็บไว้ทำพันธุ์ต่อไปก็ได้ ในเนื่อที่ 1 ไร่จะได้ผลผลิตเผือกประมาณ 1,400 ถึง 2,000 กก. เผือกหอมจึงเป็นพืชหลังนาที่ทำรายได้ดีให้กับเกษตรกรอีกพืชหนึ่ง


เป็นอย่างไรกันบ้างครับ สำหรับบทความวิธีปลูกเผือกหอมในนาข้าว หากเกษตรกรท่านใดคิดว่าบทความนี้เป็นประโยชน์ แอดมินเว็บไซต์เกษตรฮอตนิวส์ สาระความรู้ด้านการเกษตร ฝากทุกท่านแชร์บทความต่อด้วยนะครับ ++ การแบ่งปันความรู้เป็นสิ่งที่ดีครับ ++

บทความเขียนและเรียบเรียงโดย
- แอดมินเว็บไซต์เกษตรฮอตนิวส์ สาระความรู้ด้านการเกษตร www.kasethotnews.com
Create : Modify : 2017-11-22 12:58:09Read : 5339URL :